วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Top 10 Day Spas in Los Angeles

By Zander Smith

We know how important it is for you to visit day spa regularly to shed that stress. Stress leads to number of ailments including heart diseases and psychological disorders. Indulging once in a while in some luxurious day spa can boost your health to a great degree without doubt. However, searching for the right spa may be difficult. No one likes to have a spa that doesn't have special health treatments or a relaxing atmosphere. People today are ready to spend money but they want the value for every penny spent.

This is the reason why we have prepared the list of top 10 day spas for the luxury-minded and classy people of Los Angeles. We know how choosy they are when it comes to relaxing their mind and body. After all, they want to have that extra energy to carry on loads of work after they are back from spas and they want their day spas to be thoroughly equipped with things that will guarantee a great day at spa. The list has been painstakingly prepared to include the most popular spas of Los Angeles at the top of the list. The number in front of the name of the spa indicates the number of people who have stored the name of that particular spa in their digital address books. This gives you idea about the spa's popularity.

Let's see the top 10 day spas of Los Angeles-

1. Thibiant Beverly Hills Day Spa
(310) 278-7565 8358 W Sunset Blvd - Los Angeles, CA 90069
Category: Day Spas
thibiantspa.com (605)

2. Kinara Spa
(310) 657-9188 8619 Santa Monica Blvd - West Hollywood, CA 90069
Category: Day Spas (585)

3. Allen Edwards Salon Brentwood ...
(310) 394-2878 449 Canyon Vista Dr - Los Angeles, CA 90065
Category: Day Spas (243)

4. Aroma Wilshire Center
(213) 387-2111 3680 Wilshire Blvd - Los Angeles, CA 90010
Category: Day Spas (125)

5. The Argyle Salon & Spa
(310) 623-9000 8358 W Sunset Blvd - Los Angeles, CA 90069
Category: Day Spas ; Spas Beauty Day & Health (71)

6. Rescue Hand & Foot Spa
(323) 822-1887 8001 Santa Monica Blvd - West Hollywood, CA 90046
Category: Day Spas ; Hot Tubs & Spas Dealers ; Spas Beauty Day & Health (49)

7. Bella & Nella Beauty Salon
(818) 291-0781 413 E Glenoaks Blvd - Glendale, CA 91207
Category: Day Spas (42)

8. le Petite Retreat
(323) 466-1028 331 N Larchmont Blvd - Los Angeles, CA 90004
Category: Day Spas (39)

9. Pho Siam Thai Spa ...
(323) 953-9144 1525 Pizarro St - Los Angeles, CA 90026
Category: Day Spas (32)

10. The Spa At Palazzo
(323) 934-2100 220 W 3rd St - Los Angeles, CA 90036
Category: Day Spas ; Spas Beauty Day & Health (29)

Indulgence in luxury is not bad as far as you are dutiful in your work. After all, why to earn the hefty sums if nothing is spent for ourselves? Just find the right day spa with the help of this list and spend a quiet day there away from the hustle bustle of the city and stress at work. No doubt, it will rejuvenate your senses!

Zander Smith

day spas Los Angeles

Los Angeles day spas

Article Source: http://EzineArticles.com/?expert=Zander_Smith

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เทคนิคดูแลผิวรอบดวงตา เพราะดวงตา... สื่อทุกอย่างที่เป็นคุณ

เมื่อคนเราพบกัน ผู้คนมองคุณที่ดวงตาเป็นจุดแรกและอ่านคุณจากแววตาเป็นขั้นตอนที่สอง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงกี่วินาที แต่สามารถสื่อความหมายได้มากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูดแม้สักคำ นี่แหละคือพลังอันยิ่งใหญ่ของดวงตา การดูแลทะนุถนอมดวงตาและผิวพรรณรอบดวงตาแสดงออกถึงความมั่นใจ ขอบตาที่คล้ำหรือบวมยามคุณไม่สบาย ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณซ่อมไม่ได้ ดวงตาแสดงออกถึงความมีสุขภาพดี และความสดใสของจิตใจ ประกายสดใสเวลาที่คุณดีใจ แวววิตกกังวลยามคุณไม่มั่นใจ ขอบตาที่คล้ำหรือบวมยามคุณไม่สบาย ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณซ่อนไม่ได้ ดวงตาส่องสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ในใจคุณได้อย่างซื่อสัตย์ที่สุด และมากกว่าอวัยวะส่วนใดในร่างกาย รวมทั้งการแสดงออกถึงสุขภาพร่างกายที่คุณกำลังเป็นอยู่ ถ้าไม่เชื่อ... เพียงแค่อดนอนสักคืน ดวงตาของคุณก็ฟ้องต่อทุกคนที่ได้พบในวันรุ่งขึ้นทันที ดวงตาจึงเป็นทั้งสิ่งใช้มองโลกและเป็นเครื่องมือในการสร้างความชื่นชมในตัวคุณ การมีทัศนคติที่ดี การหัวเราะ และการมองโลกในแง่ดี จะนำประกายสดใสมาสู่ดวงตา ซึ่งจะทำให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างพากันชื่นชอบในตัวคุณ เชิญพบเคล็ดลับง่ายๆ และเรื่องราวน่าสนใจมากมายเกี่ยวกับดวงตา ที่สามารถจุดประกายใบหน้าของคุณได้อย่างน่าอัศจรรย์

1. ปลุกดวงตาให้ตื่น
ดวงตาที่ดูสะลึมสะลือ แม้ร่างกายคุณตื่นนานแล้ว อาจเกิดจากการนอนไม่พอในคืนนั้น วิธีปลุกดวงตาทีง่วงนอนให้ตื่นขึ้น ลองนำก้อนสำลีชุบนมเย็นจัด 2 ก้อนวางทับลงบนเปลือกตา ทิ้งไว้ 5 นาที ดวงตาคุณอาจจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่นเหมือนคุณได้ตื่นมาดื่มนมสดเย็นๆ เช่นกัน แต่ระวังอย่าให้เกิดอาการเช่นนี้บ่อยนัก เพราะการนอนไม่พอหมายถึงรอยคล้ำรอบดวงตาจะตามมาเร็วๆนี้

2. ดื่มน้ำ… เรื่องดีๆ ที่ต้องย้ำอีกครั้ง
เคยได้ยินนักแสดงบางคนบอกว่า เวลาต้องแสดงบทร้องไห้ น้ำตาไหลมากๆ จะหิวน้ำนั้นมีส่วนจริงตามหลักวิทยาศาสตร์เช่นกัน เพราะดวงตาต้องอาศัยน้ำในการทำงาน ดวงตาที่น้ำหล่อเลี้ยงไม่พอจะแสบแดง และแพ้ง่าย น้ำตาช่วยชะล้างสิ่งที่ทำให้ระคายเคืองตา ดวงตาถูกปกป้องโดยเปลือกตา ซึ่งจะปิดลงอย่างอัตโนมัติเพื่อป้องกันดวงตาจากการได้รับความบาดเจ็บและเปลือกตายังเป็นตัวช่วยให้ดวงตามีความชุ่มชื่นเมื่อเรากะพริบตาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าต้องการดวงตาที่สวยฉ่ำ เป็นประกาย และสุขภาพดี ลองดื่มน้ำวันละ8 แก้ว แล้วคุณจะเห็นว่ามันมีผลดีอย่างไรกับดวงตาของคุณ

3. หลับ… ให้ดวงตาพัก
ทำไมเวลาอดนอน อาการจะฟ้องที่ดวงตาก่อนเพื่อน ก็เพราะพื้นที่เล็กๆ รอบดวงตาของเรามีกล้ามเนื้ออยู่ถึง 22 มัด ที่เคลื่อนไหวและมีปฏิกิริยาต่ออารมณ์และทุกสิ่งที่ได้พบอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ได้หยุดพักเหมือนอวัยวะภายนอกอื่นๆ ผิวรอบดวงตาแสดงให้เห็นถึงสภาวะทางอารมณ์ได้รวดเร็วเท่าๆ กับการมีปฏิกิริยาต่อแสงไฟแสงอาทิตย์ ลม ควัน และความหนาวเย็น แต่เราแทบจะไม่ได้นึกถึงการทำงานที่แสนฉลาดและไม่ธรรมดาซึ่งปกป้องดวงตาของเรานี้เลย ดวงตาและผิวรอบดวงตาจึงต้องการการพักผ่อนอย่างมากทุกวัน ไม่อยากให้ความร่วงโรยถามหา คุณควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมง หรืออย่างน้อยลองเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าเดิมสักวันละแค่ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ดวงตาพักผ่อนอย่างเต็มที่หลังจากที่ทำงานหนักที่สุดในบรรดาอวัยวะภายนอกทั้งหมดในร่างกาย ทำให้อย่างเต็มที่ทำงานหนักที่สุดในบรรดาอวัยวะภายนอกทั้งหมดในร่างกาย ทำให้ได้แล้วคุณจะได้พบความแตกต่าง

4. เบาๆ… สำหรับดวงตาโดยเฉพาะ
ผิวบริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางและบ่งบอกถึงริ้วรอยแห่งอายุได้ง่ายที่สุด การแตะต้องบริเวณนี้จำเป็นต้องพิถีพิถันมากกว่าผิวส่วนอื่น ใช้ปลายนิ้วแตะเนื้อครีมลูบไล้จากด้านหางตาเข้ามาอย่างเบามือที่สุด ให้ทาครีมเฉพาะบริเวณรอบตาเท่านั้น เนื่องจากความร้อนตามธรรมชาติของผิวหนังบริเวณนี้จะช่วยกระจายเนื้อครีมไปในส่วนที่จำเป็นได้เอง ไม่จำเป็นต้องทาให้สุดถึงขอบตาเพราะถ้าเนื้อครีมเข้าไปในดวงตาอาจทำให้เกิดปัญหาระคายเคืองได้และก็ต้องระวังอย่าทาครีมบริเวณผิวหนังเหนือดวงตาด้วย เพราะจะเป็นต้นเหตุของตาบวมได้เช่นกัน นอกจากนี้การบำรุงหรือทำความสะอาดใบหน้าโดยปกติอาจทำให้เกิดการระคายเคืองตาได้ ดังนั้นถ้าต้องเข้าใกล้บริเวณดวงตา ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับดวงตาโดยเฉพาะ

5. ครีมบำรุง… ควรบำรุง
เพราะความจริงที่ว่า ผิวรอบดวงตานั้น “บาง” กว่าผิวส่วนอื่นของใบหน้าถึง “ครึ่งต่อครึ่ง” จึงสูญเสียความชุ่มชื่นได้อย่างรวดเร็วกว่าผิวส่วนอื่นๆ เป็นเท่าตัว นี่เองที่เป็นสาเหตุที่เรามักสงสัยอยู่เสมอว่าทำไม “ตีนกา” จึงมักเกิดขึ้นรอบดวงตาก่อนริ้วรอยอื่นเสมอ ดังนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับผิวรอบดวงตาคือ ครีมบำรุง เพิ่มความยืดหยุ่น และความชุ่มชื่นให้ผิวอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัย แถมเคล็ดลับอีกนิดว่าดวงตารับกันได้ดีกับความเย็น ดังนั้น วิธีเก็บครีมบำรุงผิวรอบดวงตาก็คือแช่ไว้ในตู้เย็น ดวงตาจะยิ่งรู้สึกสดชื่นเมื่อใช้

6. ตีนกา… มากับแดด
ตีนกาคือริ้วรอยแห่งวัยที่ปรากฏขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนไม่ปราถนาจะพบเห็นบนใบหน้าของตนและแสงแดดก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ส่งผลต่อการเกิดริ้วรอยมากถึง 90% โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลรุนแรงกับผิวรอบดวงตาซึ่งเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดบนใบหน้า ดังนั้น จึงถือเป็นเรื่องจำเป็นที่สุดที่คุณต้องปกป้องผิวรอบดวงตาจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต ถ้าไม่อยากเผชิญกับปัญหาตีนกาและริ้วรอยก่อนวัย ทาครีมบำรุงรอบดวงตาที่ป้องกันแสงแดดได้ ในเวลากลางวัน ทุกวัน ขาดไม่ได้เลย

7. แว่นกันแดด… ไม่ใช่แค่แฟชั่น
ส่วนใหญ่แล้วตีนการเกิดขึ้นด้วยสาเหตุง่ายๆ จากการเคลื่อนไหวของผิวหน้าที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกเมื่อเชื่อวัน โดยเฉพาะการหยีตา ขมวดคิ้ว เกร็งตา ซึ่งเรามักทำบ่อยๆ โดยไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านี้แก้ได้ด้วยการสวมแว่้นกันแดดในเวลาที่สายตาต้องทำงานหนักกลางแสงแดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณขับรถตอนกลางวัน การสวมแว่นกันแดดไม่ใช่แค่ทำให้คุณดูเท่ขึ้นเท่านั้น แต่ต้องถือเป็นเครื่องแต่งกายจำเป็นของผู้หญิงยุคใหม่ ที่ควรใส่เป็นประจำ เพราะแว่นกันแดดไม่เพียงป้องกันการทำร้ายของแสงแดด แต่ยังช่วยให้ดวงตาและผิวรอบดวงตาผ่อนคลาย ดังนั้นคุณจึงควรลงทุนซื้อแว่นกันแดดดีๆ สักอัน ซึ่งควรจะป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตได้ 100% เพื่อปกป้องดวงตาและผิวรอบดวงตาอันบอบบาง ก่อนที่ตีนกาจะมาเยือน

8. ยิ้ม… หารอยย่น
ริ้วรอยก่อนวัย รู้ตัวได้เร็วเท่าไร ก็ป้องกันได้เร็วขึ้นเท่านั้น ก่อนที่รอยย่นต่างๆ จะก่อตัวเป็นริ้วรอยถาวร เคล็ดลับล่าสุด ลองยิ้มค้างหน้ากระจก แล้วสังเกตว่ามีรอยย่นเกิดขึ้นตรงไหนบ้าง บริเวณใดกันแน่ที่คุณจำเป็นต้องทาครีม จำจุดเหล่านั้นเอาไว้ แล้วลองหัวเราะค้างไว้หน้ากระจกอีกครั้ง หารอยย่นบริเวณรอบดวงตาเมื่อคุณหัวเราะ หรี่ตาให้เล็กลง สังเกตจุดที่เป็นรอยย่นอีก แล้วทาครีมที่บริเวณเหล่านั้นทั้งหมด ทาให้บ่อยเป็นพิเศษกว่าที่อื่นๆ เป็นประจำทุกเช้าเย็น คุณจะได้ยิ้มและหัวเราะอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องริ้วรอย

9. ควันบุหรี่ ดับรัศมีดวงตา
ผู้ที่รักประกายตาสดใส ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะสูบบุหรี่ เพราะควันบุหรี่มีผลโดยตรงกับดวงตา ขณะที่คุณสูบบุหรี่ หรืออยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่ ดวงตาจะได้รับความระคายเคือง แดง ทำให้ดวงตาอ่อนล้า และเป็นสาเหตุของอาการปวดตาตามมา โปรดระลึกเสมอว่าสารพิษในบุหรี่ นอกจากจะเป็นผลร้ายต่อผิวพรรณด้วยการปล้นเอาสารอาหารที่จำเป็นไปจากร่างกาย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยแล้วยังเป็นการปล้นเอาประกายตาสดใสไปจากคุณด้วย

10. รุนแรงไป เกิดถุงใต้ตา
การขยี้ตาแรงๆ เสมอๆ ทำให้โครงสร้างของผิวกระทบกระเทือน โดยเฉพาะผิวที่บอบบางมากรอบดวงตา ความยืดหยุ่นเสื่อมสภาพ ผิวก็จะอ่อนแอ และไม่เต่งตึง เมื่อผิวใต้ตาหย่อนคล้อย ก็จะเกิดเป็นเหมือนถุงกักเก็บของเหลว และถ้าร่างกายไม่สมบูรณ์ การระบายของเหลวในร่างกายไม่ดีพอ ก็จะเกิดการสะสมทำให้เกิดถุงใต้ตาได้ง่ายขึ้น ดังนั้น คุณควรรักษาสุขภาพของผิวและสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์อยู่เสมอ ระมัดระวังในการแตะต้องผิวบริเวณรอบดวงตา ลูบไล้ครีมสำหรับดวงตาอย่างเบามือ ใช้วิธีตบเบาๆ เพื่อให้เนื้อครีมซึมซาบลงสู่ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาก็พอ และห้ามเกาเด็ดขาด

11. ความเค็ม ศัตรูร้ายของถุงใต้ตา
เค็มเกินไปก็เป็นปัญหาผิวจนได้ เพราะสาเหตุของถุงใต้ตาคือการรับประทานเค็มมากเกินไป ทำให้ไตต้องทำงานหนักจนไม่สามารถกรองของเหลวในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีของเหลวคั่งค้างอยู่ร่างกาย รวมทั้งใต้ผิวหนังซึ่งอาจสะสมกลายเป็นถุงใต้ตาได้ วิธีเดียวคือลดปริมาณการรับประทานอาหารเค็มจัดลง ดังนั้น ผู้รักดวงตาสวยๆ จะเหยาะเกลือหรือน้ำปลาครั้งต่อไป ให้นึกถึงถุงใต้ตาเอาไว้ทุกครั้ง

12. เคล็ดลับปกปิดถุงใต้ตา
การแก้ไขปัญหารอบดวงตานั้นยากและต้องใช้เวลา ดังนั้น เมื่อคุณเกิดปัญหาและต้องการแก้ไขอย่างรวดเร็วโดยทันที วิธีเดียวที่ช่วยได้คือการแต่งหน้า เคล็ดลับง่ายๆ ในการแต่งหน้าเพื่อปกปิดถุงใต้ตา ให้ทาคอนซีลเลอร์หรือครีมรองพื้นสีอ่อนบนรอยคล้ำ “เหนือ” ถุงใต้ตานั้น อย่าทาที่ถุงใต้ตาโดยตรงเป็นอันขาด เพราะแทนที่จะปกปิดกลับเป็นการเน้นให้มองเห็นถุงใต้ตาได้ชัดเจนยิ่งกว่าเก่า

13. ยิ่งเข้มข้น… ยิ่งบวม
เคยได้ยินหรือไม่ว่า ทาครีมบำรุงมากไปตาอาจบวมได้ เรื่องนี้เป็นความจริงเพราะผิวรอบดวงตานั้นบางมากบางกว่าผิวส่วนอื่นถึงเท่าตัว ดังนั้น ครีมที่มีน้ำมันมากเกินไป หรือแค่การทาครีมมากเกินไป ทั้งความชุ่มชื่นและน้ำมันก็จะเข้าไปสะสมจนอาจทำให้ผิวรอบดวงตาอิ่มจนดูเหมือนตาบวมได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีถุงใต้ตาอยู่แล้วไม่ควรใช้ครีมสำหรับดวงตาที่มีความมันและไม่ควรใช้ครีมล้างหน้าที่เข้มข้นมาก เพราะสองอย่างนี้จะไม่ช่วยแก้ปัญหาของคุณ มีแต่จะทำให้อาการบวมรุนแรงยิ่งขึ้น

14. นอนผิดท่า… ตาบวม
คุณอาจนึกไม่ถึงว่าผิวรอบดวงตานอกจากจะบางแล้วยังอยู่ในบริเวณที่เป็นเสมือนแอ่งขังน้ำได้ ดังนั้น การนอนศีรษะต่ำเกินไป ของเหลวได้ผิวหนังสามารถไหลมารวมกันที่ “แอ่ง” รอบดวงตานี้ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการ “ตาบวม” เมื่อตื่นนอน วิธีการลดอาการตาบวม ลองหนุนหมอนขนาดพอเหมาะที่สามารถยกให้ศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อยเหนือระดับของหัวใจ และนอนหงาย เพื่อช่วยป้องกันของเหลวที่ไหลมารวมกันอยู่บริเวณดวงตาของคุณ วิธีนี้ยังช่วยในการขับน้ำเหลือง และยังมีผลต่อการขจัดของเหลวออกจากร่างกาย ทำให้ไม่เกิดการสะสมไว้ใต้ผิวหนังอีกด้วย

15. ฉุกเฉินเมื่อตาบวม
ปัญหาที่มาไม่รู้ตัว เพียงแค่คุณตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็พบกับดวงตาที่บวมจนเหมือนเพิ่งร้องไห้ ให้ลองนำถุงชาสองถุงชุบน้ำ นำไปแช่ช่องแข็งในตู้เย็นแล้วเอาออกมาวางทับบนเปลือกตาโดยให้ช่องว่างในถุงชาห้อยลงด้านล่าง วางไว้อย่างนี้สองถึงสามนาที ตาที่บวมจะลดลงได้หรือถ้าคุณมีเวลามากกว่านี้ก็อาจใช้ชาดอกคาโมไมล์ในน้ำร้อน ทิ้งไว้จนหายร้อนแล้วนำถุงชามาวางทับเปลือกตาไว้สักครู่ใหญ่ๆ วิธีแก้ปัญหาตาบวมนี้ไม่เหมาะที่จะทำทุกวัน ควรใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉินเท่านั้น

16. ขอบตาคล้ำ… เพราะน้ำร้อน
ดังที่ย้ำอยู่เสมอว่า ผิวหนังรอบดวงตามีความอ่อนแอและบอบบางมากเมื่อเทียบกับผิวหน้าส่วนอื่นๆ ด้วยความหนาเพียง 0.5 มิลลิเมตร ซึ่งหนาเพียงหนึ่งในสี่ของผิวหนังปกติบนร่างกายหรือเพียงหนึ่งในสองส่วนเมื่อเทียบกับผิวหน้า ผิวรอบดวงตาจึงเกิดผลกระทบได้ง่ายมากและไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นใต้ผิวหนังบางๆ เช่นนั้น ก็จะมองเห็นอย่างชัดเจนจากภายนอกด้วยเช่นกัน ดังนั้นเวลาคุณล้างหน้า จงแน่ใจว่าเป็นน้ำอุ่นพอเหมาะจริงๆ เพราะน้ำที่ร้อนเกินไปจะทำลายส่วนเคลือบผิวตามธรรมชาติ และทำให้เส้นโลหิตดำแตก จึงปรากฏเป็นรอยจ้ำอยู่ที่ผิวรอบดวงตา ทำให้เกิดอาการขอบตาคล้ำอย่างไม่รู้ตัวและไม่สามารถแก้ไขเฉพาะหน้าได้เลย

17. เมคอัพแก้หางตาตก
หางตาตกไม่เกี่ยวกับวัย แต่เป็นปัญหาที่พบมากและส่วนใหญ่จะเป็นโดยกำเนิดแต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครอยากให้เป็น วิธีแก้ไขง่ายกว่าที่คุณคิดเพราะคุณสามารถใช้เทคนิคการแต่งหน้าช่วยได้อย่างรวดเร็วซึ่งจะทำให้หางตาคุณ “ดูสูง” ขึ้นมาได้โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดแต่อย่างใด การวาดเส้นขอบตาให้สูงขึ้นเล็กน้อยจะช่วยสร้างความรู้สึกว่าหางตาคุณไม่ได้ตก และการดัดขนตาด้านนอกให้โค้งงอนก่อนจะลงมาสคาร่าก็ช่วยได้มากเช่นกัน เคล็ดลับสุดท้ายก็คือ เวลากันคิ้ว ให้กันคิ้วบริเวณหางตาออกให้มากกว่าบริเวณหัวตา

18. ดวงตาสดใสด้วยการบริหาร
เพราะดวงตาทำงานหนักอยู่ตลอดเวลาแม้ขณะที่คุณพักผ่อน ดวงตาก็ไม่เคยหยุดพักจนบางครั้งคุณอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าดวงตากำลังเหนื่อยล้ามากจนกว่าจะปรากฏอาการ เรื่องนี้บรรเทาได้ถ้าคุณรู้จักการบริหารดวงตาที่ถูกต้องที่จะช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของเส้นเลือดที่ได้รับออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงผิวและกระตุ้นศูนย์รวมเส้นประสาทบริเวณรอบดวงตาซึ่งเป็นที่รวมความตึงเครียดในชีวิตประจำวันเอาไว้ การบริหารจึงช่วยแก้ไขรอยหมองคล้ำรอบดวงตา และลดริ้วรอยก่อนวัยด้วยการทำให้สภาพของกล้ามเนื้อรอบดวงตาแข็งแรงขึ้น วิธีง่ายๆ ให้กลอกตาขึ้นด้านบนและลงล่าง สลับกัน 10 ครั้ง แล้วมองซ้ายสลับไปด้านขวา 10 ครั้ง โดยให้ศีรษะอยู่กับที่ เลิกคิ้วขึ้นแล้วกลอกตาขึ้น เบิ่งตาให้กว้าง กลอกตาลง แล้วหลับตา ใช้นิ้วสองนิ้วนวดวนๆ รอบๆ ดวงตา เริ่มจากสันจมูกไล่ไปตามโหนกแก้ม ปิดท้ายด้วยการตบผิวหน้าเบาๆ อย่างเร็วด้วยนิ้วมือเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต แค่ลองทำดวงตาคุณก็จะรู้สึกถึงความสบายคลายอ่อนล้า ทำให้เป็นประจำทุกวันเพื่อบรรเทาบทบาทหนักของดวงตาคุณ

19. หนังตาตก ยกด้วยการบริหาร
การบริหารดวงตาให้ประโยชน์มากมายเกินกว่าที่เราคิด เพราะการบริหารทำให้กล้ามเนื้อและโครงสร้างของผิวแข็งแรงขึ้น กระชับและช่วยชะลอความหย่อนคล้อยของเปลือกตาได้ วิธีบริหารเพื่อป้องกันหนังตาตกให้ลองมองตรงไปข้างหน้า ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างวางใต้คิ้วในแนวนอน จากนั้นดันนิ้วขึ้น แล้วค้างไว้ให้ชนโหนกคิ้ว จากนั้นค่อยๆ หลับตาลงจนรู้สึกถึงแรงดึงจากนิ้ว ค้างไว้ท่านี้ แล้วขมวดคิ้วทั้ง 2 ข้างเข้าหากัน ค้างไว้โดยนับหนึ่งถึงสาม จากนั้นลืมตาขึ้นและปล่อยนิ้ว ให้บริหารซ้ำอย่างนี้ 5 ครั้ง ทำเป็นประจำทุก 2 – 3 วัน ยืดเวลาให้เปลือกตาเต่งตึงอยู่นานๆ

เกี่ยวกับ "สปา"

ธุรกิจสปา ความสับสนวุ่นวาสยและการแข่งขันกันเกือบจะทุกๆด้านในกรดำเนินชีวิตเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้คนในปัจจุบันเกิดความเครียดในร่างกายและจิตใจขาดการบำบัดดูแล และเป็นจุดเริ่มต้นของความเจ็บป่วย
สปาเป็นหน่งในทางเลือกของคนที่รักและห่วงใยยสุขภาพของตนเองวิถีทางของสปาเป็นการใช้ธรรมชาติบำบัดเพื่อปรับสมดุลให้ร่างกาย และผ่อนคลายความตงเครียด ซ่งเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้...แทนการบำบัดด้วยยารักษาโรค

เหตุนี้ทำให้ธุรกิจบริการด้านสุขภาพอย่าง "สปา" มีแนวโน้มของการเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นธุรกิจที่นักลงทุนให้ความสนใจ เพราะกระแสความนิยมสปาส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มมากข้น ซ่งผู้ใช้บริการสปา มีอยู๋ทุกหนแห่งทั่วโลก โดยไม่จำกัดเพศ วัย ระดับฐานะ ...เพราะใครๆต่างก็รักและห่วงใยสุขภาพของตนเองทุกคนต่างก็ปราถนาที่จะมีสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์กันทั้งนั้น

ธุรกิจสปาที่เกี่ยวข้องกับการเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีข้น อย่าง ..."สปา" จงได้รับความสนใจทั้งจากผู้ใช้บริการและนักลงทุน

ก่อนทำธุรกิจสปาต้องรู้จัก...สปา

สปา (SPA) มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน คำว่า "Sanus Per Acqua" หมายถึง การมีสุขภาพดีด้วยน้ำ (Health Through water) จัดเป็นการดูแลรักษาสุขภาพด้วยวารีบำบัด หรือการบำบัดด้วยน้ำ เช่นอาบน้ำในบ่อน้ำพุร้อน แช่ตัวในน้ำแร่ แช่น้ำนม อบตัว อบผิวด้วยไอน้ำ บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์นานาชนิด เป็นต้น
คำว่า "สปา" ได้ถือกำเนิดข้นในราวศตวรรษที่ 17 ในประเทศเบลเยี่ยม ที่เมืองเล็กๆแห่งหน่งซ่งตั้งอยู๋ในดินแดนที่เรียกว่า เทือกเขาแห่งอาร์ฌดนเนส (Ardennes MountINS) ซึ่งชาวเมืองได้นำน้ำพุร้อนจากเทือกเขาแห่งนี้มาใช้ในการดูแลสุขภาพ เพื่อเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคต่างๆได้ ต่อมาเมืองนี้ได้กลายเป็นสัญญลักษณ์ของบ่อน้ำแร่ทั่วไป และเป็นสถานบำบัดรักษาและส่งเสริมสุขภาพด้วยน้ำแร่แห่งแรกของโลก
สปาเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรษ สมัยอียิปต์โบราณ และยุคโรมัน โดยการนำน้ำ เช่น น้ำร้อน น้ำเย็น ไอน้ำ รวมทั้งโคลนที่อุดมด้วยแร่ธาตุ มาใช้ในการบำบัดร่างกายและจิตใจ ในรูปแบบต่างๆ เพื่อทำให้สุขภาพร่างกาย และจิตใจได้รับการผ่อนคลาย ลดความตงเครียด มีชีวิตชีวา ตลอดจนช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยบางประการ

ขอบข่ายของสปาในปัจจุบันได้ขยายครอบคลุมไปถึงการพักผ่อนตามธรรมชาติที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบ โดยมีการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก และนวัตกรรมที่ทันสมัย จนกลายเป็นศูนย์สุขภาพสปา หรือ สถานบริการสปารูปแบบใหม่ ซ่งไม่จำกัดเฉพาะการบำบัดด้วยน้ำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถงการบำบัดด้วยธรรมชาติในรูปแบบอื่นๆ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสการดูแลรักษาสุขภาพของคนในปัจจุบัน

สปา...นอกจากจะเป็นกิจกรรมบำบัดสุขภาพด้วยน้ำแล้ว ยังประกอบไปด้วยกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริการด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การเสริมความงาม โดยเป้าหมายของกิจกรรมเหล่านี้ คือ การมุ่งตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้บริการ

องค์ประกอบที่สำคัญของสปา

สปามีองค์ประกอบที่สามารถสัมผัสได้โดยผ่านประสาททั้ง 5 ดังนี้

1. รูป...จากสถานที่ที่มีการสร้างบรรยากาศให้มีความรื่น สงบ ก่อให้เกิดความรู้สกผ่อนคลายด้วยความสดชื่นจากธรรมชาติ เช่น บ่อน้ำพุร้อน มุมสงบของทะเล ป่าเขา หรือการตกแต่งสถานที่ให้มีบรรยากาศของความเป็นธรรมชาติ จะช่วยดงดูดความสนใจของผู้ใช้บริการ ดังจะเห็นได้จากโรงแรมหรือรีสอร์ทตามต่างจังหวัด ที่สร้างสุนทรียภาพด้วยการตกแต่งสถานบริการให้มีบรรยากาศที่สวยงาม ท่ามกลางความเงียบสงบ

2. รส...จากบริการด้านอาหารและเครื่องดื่มที่ได้จากธรรมชาติ ซง่มีคุณสมบัติช่วยขับสารพิษในร่างกายและเสริมสร้างสุขภาพควบคู่กันไป โดยใช้ศาสตร์แห่งการโ๓ชนาการ เช่น การให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาหารแก่ผู้ใช้บริการที่มีปัญหาด้านสุขภาพ เป็นต้น

3. กลิ่น...จากการบำบัดด้วยพฤกษาธรรมชาติหรือสมุนไพร หรือการบำบัดด้วยสุคนธบำบัด (Aromatherapy) โดยการเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยให้เหมาะกับอาการ เหมาะกับบุคคล เพราะกลิ่นน้ำมันหอมระเหยจะส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สกที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เพื่อสร้างความสมดุลในร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ของผู้รับบริการ

4. เสียง...จากการนำเสียงต่างๆ เช่น เสียงเพลงบรรเลง เสียงน้ำตก เสียงนกร้อง หรือเสียงธรรมชาติอื่นๆ มาช่วยในการผ่อนคลาย เพื่อเพิ่มความรู้สกสัมผัสธรรมชาติ ซ่งคนโบราณเชื่อว่าเสียงมีพลังในการบำบัดโรค จงนำเสียงมาใช้ในการรักษาโรค หรืออาการเจ็บป่วยบางประการในสถานบริการสปาด้วย

5. สัมผัส...เป็นวิธีการบำบัดด้วยการนวดเพื่อผ่อนคลาย โดยให้ความใส่ใจต่อองค์ประกอบของความเป็นมนุษย์แบบองค์รวม ทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ การบำบัดด้วยการนวดจะช่วยให้ระบบโลหิต กล้ามเนื้อ และระบบประสาทต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสทิธิภาพมากข้น ทั้งยังช่วยเสริมสวยสร้างพลังกาย พลังใจให้กับผู้รับบริการอีกด้วย

องค์กรสปาระหว่างประเทศ (International Spa Association : ISPA-Eueope) จัดตั้งข้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสปา ได้ให้คำจำกัดความของสปา ไว้ดังนี้...

"สปา คือ ช่วงเวลาแห่งความรู้สกสมัผัสที่เกี่ยวกับการผ่อนคลาย ความสงบทางจิตใจ การฟื้นฟูสุขภาพ และความเพลิดเพลินใจ"

ประเภทของสปา

องค์กรสปาระหว่างประเทศ ได้แบ่งธุรกิจสปาออกเป็น 7 ประเภท ดังนี้

1. Destination Spa : สถานบริการที่ให้บริการด้านการดูลและเสริมสร้างสุขภาพด้วยบริการสปาโดยเฉพาะ สปาประเภทนี้จะมีบริการห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับผู้ใช้บริการอย่างครบวงจร โดยผู้ใช้บริการจะต้องเข้าพักและร่วมกิจกรรมภายใต้โปรแกรมที่สถานบริการจัดเตรียมไว้ เช่น โปรแกรมพักผ่อนคลายเครียด โปรแกรมทำสมาธิ และดูแลสุขภาพจิต เป็นต้น

2. Resort / Hotel Spa : สถานบริการในรีสอร์ทหรือโรงแรมซ่งตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่พักตากอากาศที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ เช่น ริมทะเล ภูเขา บ่อน้ำร้อน สปาประเภทนี้เกิดข้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้งการผ่อนคลายความตงเครียด ด้วยบริการสปานอกเหนือจากการใช้บริการห้องพักของรีสอร์ทหรือโรงแรมนั้นๆ

3. Day Spa / city Spa : สถานบริการสปาที่มีรูปแบบการให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว ขั้นตอนการบริการไม่ยุ่งยาก สามารถใช้บริการในระหว่างวันได้โดยไม่จำเป็นต้องมีห้องพักสำหรับผู้ใช้บริการ ที่ตั้งของสปาประเภทนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองใหญ่ หรือย่านธุรกิจสำคัญๆ ที่ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถงได้ง่าย เน้นการให้บริการเสริมความงาม และการผ่อนคลายความตงเครียดด้วยน้ำมันหอมระเหย สปาประเภทนี้ได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีเวลาน้อย หรือผู้ที่ทำงานในเมือง

4. Medical Spa : สถานบริการที่มีการบำบัดรักษาควบคู่กับศาสตร์ทางการแพทย์ และใช้เครื่องมือแพทย์บางอย่าง การให้บริการจะอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สปาประเภทนี้มักอยู่ในสถานรักษาพยาบาล เช่น โรงพยาบาล คลินิก เป็นต้น

5. Mineral Spring Spa : การให้บริการสปาตามแหล่งท่องเที่ยวที่มีบ่อน้ำแร่ หรือน้ำพุร้อนที่เกิดตามธรรมชาติ

6. Club Spa : สถานบริการสปาที่มีการผสมผสานกับการออกกำลังกาย เพื่อบริการสมาชิกที่ต้องการผ่อนคลายหลังจากออกกำลังกาย

7. Cruise Ship Spa : สถานบริการบนเรือสำราญผสานการออกกำลังกาย และการจัดเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีความสุขสบาย และรู้สกผ่อนคลายในระหว่างการเดินทาง

ประเภทของสปาแบ่งตามลักษณะธุรกิจ

กระทรวงสาธารณสุขได้จำแนกประเภทของสปาตามลักษณะธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
1. สปาแบบตะวันตก...เป็นสปาที่ต้องใช้อุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย มีราคาสูงจากต่างประเทศ ผู้ให้บริการต้องเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆให้ถูกต้อง ทั้งยังต้องสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดี

2. สปาแบบประยุกต์...เป็นสปาที่ผสมผสานระหว่างสปาแบบตะวันตกและสปาแบบตะวันออกเข้าด้วยกัน โดยนำเครื่องที่ทันสมัยมาใช้ในการให้บริการร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย สปาในรูปแบบนี้อาจจะเรียกอีกชื่อหน่งว่า "ไทยสปา"

3. สปาแบบไทยแท้...เป็นสปาแบบไทยที่เชื่อมโยงบริการเข้ากับภูมิปัญญาชุมชน โดยอาจจัดสถานบริการให้มีบรรยากาศเหมือนอยู่ในบ้าน หรือสวน และนำเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของไทยมาประยุกต์ให้เข้ากับบรรยากาศดังกล่าว สปาในรูปแบบนี้อาจเรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า "ไทยสบาย"