วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เทคนิคดูแลผิวรอบดวงตา เพราะดวงตา... สื่อทุกอย่างที่เป็นคุณ

เมื่อคนเราพบกัน ผู้คนมองคุณที่ดวงตาเป็นจุดแรกและอ่านคุณจากแววตาเป็นขั้นตอนที่สอง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงกี่วินาที แต่สามารถสื่อความหมายได้มากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูดแม้สักคำ นี่แหละคือพลังอันยิ่งใหญ่ของดวงตา การดูแลทะนุถนอมดวงตาและผิวพรรณรอบดวงตาแสดงออกถึงความมั่นใจ ขอบตาที่คล้ำหรือบวมยามคุณไม่สบาย ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณซ่อมไม่ได้ ดวงตาแสดงออกถึงความมีสุขภาพดี และความสดใสของจิตใจ ประกายสดใสเวลาที่คุณดีใจ แวววิตกกังวลยามคุณไม่มั่นใจ ขอบตาที่คล้ำหรือบวมยามคุณไม่สบาย ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณซ่อนไม่ได้ ดวงตาส่องสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ในใจคุณได้อย่างซื่อสัตย์ที่สุด และมากกว่าอวัยวะส่วนใดในร่างกาย รวมทั้งการแสดงออกถึงสุขภาพร่างกายที่คุณกำลังเป็นอยู่ ถ้าไม่เชื่อ... เพียงแค่อดนอนสักคืน ดวงตาของคุณก็ฟ้องต่อทุกคนที่ได้พบในวันรุ่งขึ้นทันที ดวงตาจึงเป็นทั้งสิ่งใช้มองโลกและเป็นเครื่องมือในการสร้างความชื่นชมในตัวคุณ การมีทัศนคติที่ดี การหัวเราะ และการมองโลกในแง่ดี จะนำประกายสดใสมาสู่ดวงตา ซึ่งจะทำให้ผู้คนที่อยู่รอบข้างพากันชื่นชอบในตัวคุณ เชิญพบเคล็ดลับง่ายๆ และเรื่องราวน่าสนใจมากมายเกี่ยวกับดวงตา ที่สามารถจุดประกายใบหน้าของคุณได้อย่างน่าอัศจรรย์

1. ปลุกดวงตาให้ตื่น
ดวงตาที่ดูสะลึมสะลือ แม้ร่างกายคุณตื่นนานแล้ว อาจเกิดจากการนอนไม่พอในคืนนั้น วิธีปลุกดวงตาทีง่วงนอนให้ตื่นขึ้น ลองนำก้อนสำลีชุบนมเย็นจัด 2 ก้อนวางทับลงบนเปลือกตา ทิ้งไว้ 5 นาที ดวงตาคุณอาจจะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่นเหมือนคุณได้ตื่นมาดื่มนมสดเย็นๆ เช่นกัน แต่ระวังอย่าให้เกิดอาการเช่นนี้บ่อยนัก เพราะการนอนไม่พอหมายถึงรอยคล้ำรอบดวงตาจะตามมาเร็วๆนี้

2. ดื่มน้ำ… เรื่องดีๆ ที่ต้องย้ำอีกครั้ง
เคยได้ยินนักแสดงบางคนบอกว่า เวลาต้องแสดงบทร้องไห้ น้ำตาไหลมากๆ จะหิวน้ำนั้นมีส่วนจริงตามหลักวิทยาศาสตร์เช่นกัน เพราะดวงตาต้องอาศัยน้ำในการทำงาน ดวงตาที่น้ำหล่อเลี้ยงไม่พอจะแสบแดง และแพ้ง่าย น้ำตาช่วยชะล้างสิ่งที่ทำให้ระคายเคืองตา ดวงตาถูกปกป้องโดยเปลือกตา ซึ่งจะปิดลงอย่างอัตโนมัติเพื่อป้องกันดวงตาจากการได้รับความบาดเจ็บและเปลือกตายังเป็นตัวช่วยให้ดวงตามีความชุ่มชื่นเมื่อเรากะพริบตาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นถ้าต้องการดวงตาที่สวยฉ่ำ เป็นประกาย และสุขภาพดี ลองดื่มน้ำวันละ8 แก้ว แล้วคุณจะเห็นว่ามันมีผลดีอย่างไรกับดวงตาของคุณ

3. หลับ… ให้ดวงตาพัก
ทำไมเวลาอดนอน อาการจะฟ้องที่ดวงตาก่อนเพื่อน ก็เพราะพื้นที่เล็กๆ รอบดวงตาของเรามีกล้ามเนื้ออยู่ถึง 22 มัด ที่เคลื่อนไหวและมีปฏิกิริยาต่ออารมณ์และทุกสิ่งที่ได้พบอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ได้หยุดพักเหมือนอวัยวะภายนอกอื่นๆ ผิวรอบดวงตาแสดงให้เห็นถึงสภาวะทางอารมณ์ได้รวดเร็วเท่าๆ กับการมีปฏิกิริยาต่อแสงไฟแสงอาทิตย์ ลม ควัน และความหนาวเย็น แต่เราแทบจะไม่ได้นึกถึงการทำงานที่แสนฉลาดและไม่ธรรมดาซึ่งปกป้องดวงตาของเรานี้เลย ดวงตาและผิวรอบดวงตาจึงต้องการการพักผ่อนอย่างมากทุกวัน ไม่อยากให้ความร่วงโรยถามหา คุณควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมง หรืออย่างน้อยลองเข้านอนให้เร็วขึ้นกว่าเดิมสักวันละแค่ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ดวงตาพักผ่อนอย่างเต็มที่หลังจากที่ทำงานหนักที่สุดในบรรดาอวัยวะภายนอกทั้งหมดในร่างกาย ทำให้อย่างเต็มที่ทำงานหนักที่สุดในบรรดาอวัยวะภายนอกทั้งหมดในร่างกาย ทำให้ได้แล้วคุณจะได้พบความแตกต่าง

4. เบาๆ… สำหรับดวงตาโดยเฉพาะ
ผิวบริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางและบ่งบอกถึงริ้วรอยแห่งอายุได้ง่ายที่สุด การแตะต้องบริเวณนี้จำเป็นต้องพิถีพิถันมากกว่าผิวส่วนอื่น ใช้ปลายนิ้วแตะเนื้อครีมลูบไล้จากด้านหางตาเข้ามาอย่างเบามือที่สุด ให้ทาครีมเฉพาะบริเวณรอบตาเท่านั้น เนื่องจากความร้อนตามธรรมชาติของผิวหนังบริเวณนี้จะช่วยกระจายเนื้อครีมไปในส่วนที่จำเป็นได้เอง ไม่จำเป็นต้องทาให้สุดถึงขอบตาเพราะถ้าเนื้อครีมเข้าไปในดวงตาอาจทำให้เกิดปัญหาระคายเคืองได้และก็ต้องระวังอย่าทาครีมบริเวณผิวหนังเหนือดวงตาด้วย เพราะจะเป็นต้นเหตุของตาบวมได้เช่นกัน นอกจากนี้การบำรุงหรือทำความสะอาดใบหน้าโดยปกติอาจทำให้เกิดการระคายเคืองตาได้ ดังนั้นถ้าต้องเข้าใกล้บริเวณดวงตา ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับดวงตาโดยเฉพาะ

5. ครีมบำรุง… ควรบำรุง
เพราะความจริงที่ว่า ผิวรอบดวงตานั้น “บาง” กว่าผิวส่วนอื่นของใบหน้าถึง “ครึ่งต่อครึ่ง” จึงสูญเสียความชุ่มชื่นได้อย่างรวดเร็วกว่าผิวส่วนอื่นๆ เป็นเท่าตัว นี่เองที่เป็นสาเหตุที่เรามักสงสัยอยู่เสมอว่าทำไม “ตีนกา” จึงมักเกิดขึ้นรอบดวงตาก่อนริ้วรอยอื่นเสมอ ดังนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับผิวรอบดวงตาคือ ครีมบำรุง เพิ่มความยืดหยุ่น และความชุ่มชื่นให้ผิวอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัย แถมเคล็ดลับอีกนิดว่าดวงตารับกันได้ดีกับความเย็น ดังนั้น วิธีเก็บครีมบำรุงผิวรอบดวงตาก็คือแช่ไว้ในตู้เย็น ดวงตาจะยิ่งรู้สึกสดชื่นเมื่อใช้

6. ตีนกา… มากับแดด
ตีนกาคือริ้วรอยแห่งวัยที่ปรากฏขึ้น เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนไม่ปราถนาจะพบเห็นบนใบหน้าของตนและแสงแดดก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ส่งผลต่อการเกิดริ้วรอยมากถึง 90% โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลรุนแรงกับผิวรอบดวงตาซึ่งเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดบนใบหน้า ดังนั้น จึงถือเป็นเรื่องจำเป็นที่สุดที่คุณต้องปกป้องผิวรอบดวงตาจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต ถ้าไม่อยากเผชิญกับปัญหาตีนกาและริ้วรอยก่อนวัย ทาครีมบำรุงรอบดวงตาที่ป้องกันแสงแดดได้ ในเวลากลางวัน ทุกวัน ขาดไม่ได้เลย

7. แว่นกันแดด… ไม่ใช่แค่แฟชั่น
ส่วนใหญ่แล้วตีนการเกิดขึ้นด้วยสาเหตุง่ายๆ จากการเคลื่อนไหวของผิวหน้าที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกเมื่อเชื่อวัน โดยเฉพาะการหยีตา ขมวดคิ้ว เกร็งตา ซึ่งเรามักทำบ่อยๆ โดยไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านี้แก้ได้ด้วยการสวมแว่้นกันแดดในเวลาที่สายตาต้องทำงานหนักกลางแสงแดด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณขับรถตอนกลางวัน การสวมแว่นกันแดดไม่ใช่แค่ทำให้คุณดูเท่ขึ้นเท่านั้น แต่ต้องถือเป็นเครื่องแต่งกายจำเป็นของผู้หญิงยุคใหม่ ที่ควรใส่เป็นประจำ เพราะแว่นกันแดดไม่เพียงป้องกันการทำร้ายของแสงแดด แต่ยังช่วยให้ดวงตาและผิวรอบดวงตาผ่อนคลาย ดังนั้นคุณจึงควรลงทุนซื้อแว่นกันแดดดีๆ สักอัน ซึ่งควรจะป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตได้ 100% เพื่อปกป้องดวงตาและผิวรอบดวงตาอันบอบบาง ก่อนที่ตีนกาจะมาเยือน

8. ยิ้ม… หารอยย่น
ริ้วรอยก่อนวัย รู้ตัวได้เร็วเท่าไร ก็ป้องกันได้เร็วขึ้นเท่านั้น ก่อนที่รอยย่นต่างๆ จะก่อตัวเป็นริ้วรอยถาวร เคล็ดลับล่าสุด ลองยิ้มค้างหน้ากระจก แล้วสังเกตว่ามีรอยย่นเกิดขึ้นตรงไหนบ้าง บริเวณใดกันแน่ที่คุณจำเป็นต้องทาครีม จำจุดเหล่านั้นเอาไว้ แล้วลองหัวเราะค้างไว้หน้ากระจกอีกครั้ง หารอยย่นบริเวณรอบดวงตาเมื่อคุณหัวเราะ หรี่ตาให้เล็กลง สังเกตจุดที่เป็นรอยย่นอีก แล้วทาครีมที่บริเวณเหล่านั้นทั้งหมด ทาให้บ่อยเป็นพิเศษกว่าที่อื่นๆ เป็นประจำทุกเช้าเย็น คุณจะได้ยิ้มและหัวเราะอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องริ้วรอย

9. ควันบุหรี่ ดับรัศมีดวงตา
ผู้ที่รักประกายตาสดใส ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะสูบบุหรี่ เพราะควันบุหรี่มีผลโดยตรงกับดวงตา ขณะที่คุณสูบบุหรี่ หรืออยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่ ดวงตาจะได้รับความระคายเคือง แดง ทำให้ดวงตาอ่อนล้า และเป็นสาเหตุของอาการปวดตาตามมา โปรดระลึกเสมอว่าสารพิษในบุหรี่ นอกจากจะเป็นผลร้ายต่อผิวพรรณด้วยการปล้นเอาสารอาหารที่จำเป็นไปจากร่างกาย ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยแล้วยังเป็นการปล้นเอาประกายตาสดใสไปจากคุณด้วย

10. รุนแรงไป เกิดถุงใต้ตา
การขยี้ตาแรงๆ เสมอๆ ทำให้โครงสร้างของผิวกระทบกระเทือน โดยเฉพาะผิวที่บอบบางมากรอบดวงตา ความยืดหยุ่นเสื่อมสภาพ ผิวก็จะอ่อนแอ และไม่เต่งตึง เมื่อผิวใต้ตาหย่อนคล้อย ก็จะเกิดเป็นเหมือนถุงกักเก็บของเหลว และถ้าร่างกายไม่สมบูรณ์ การระบายของเหลวในร่างกายไม่ดีพอ ก็จะเกิดการสะสมทำให้เกิดถุงใต้ตาได้ง่ายขึ้น ดังนั้น คุณควรรักษาสุขภาพของผิวและสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์อยู่เสมอ ระมัดระวังในการแตะต้องผิวบริเวณรอบดวงตา ลูบไล้ครีมสำหรับดวงตาอย่างเบามือ ใช้วิธีตบเบาๆ เพื่อให้เนื้อครีมซึมซาบลงสู่ผิวหนังบริเวณรอบดวงตาก็พอ และห้ามเกาเด็ดขาด

11. ความเค็ม ศัตรูร้ายของถุงใต้ตา
เค็มเกินไปก็เป็นปัญหาผิวจนได้ เพราะสาเหตุของถุงใต้ตาคือการรับประทานเค็มมากเกินไป ทำให้ไตต้องทำงานหนักจนไม่สามารถกรองของเหลวในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีของเหลวคั่งค้างอยู่ร่างกาย รวมทั้งใต้ผิวหนังซึ่งอาจสะสมกลายเป็นถุงใต้ตาได้ วิธีเดียวคือลดปริมาณการรับประทานอาหารเค็มจัดลง ดังนั้น ผู้รักดวงตาสวยๆ จะเหยาะเกลือหรือน้ำปลาครั้งต่อไป ให้นึกถึงถุงใต้ตาเอาไว้ทุกครั้ง

12. เคล็ดลับปกปิดถุงใต้ตา
การแก้ไขปัญหารอบดวงตานั้นยากและต้องใช้เวลา ดังนั้น เมื่อคุณเกิดปัญหาและต้องการแก้ไขอย่างรวดเร็วโดยทันที วิธีเดียวที่ช่วยได้คือการแต่งหน้า เคล็ดลับง่ายๆ ในการแต่งหน้าเพื่อปกปิดถุงใต้ตา ให้ทาคอนซีลเลอร์หรือครีมรองพื้นสีอ่อนบนรอยคล้ำ “เหนือ” ถุงใต้ตานั้น อย่าทาที่ถุงใต้ตาโดยตรงเป็นอันขาด เพราะแทนที่จะปกปิดกลับเป็นการเน้นให้มองเห็นถุงใต้ตาได้ชัดเจนยิ่งกว่าเก่า

13. ยิ่งเข้มข้น… ยิ่งบวม
เคยได้ยินหรือไม่ว่า ทาครีมบำรุงมากไปตาอาจบวมได้ เรื่องนี้เป็นความจริงเพราะผิวรอบดวงตานั้นบางมากบางกว่าผิวส่วนอื่นถึงเท่าตัว ดังนั้น ครีมที่มีน้ำมันมากเกินไป หรือแค่การทาครีมมากเกินไป ทั้งความชุ่มชื่นและน้ำมันก็จะเข้าไปสะสมจนอาจทำให้ผิวรอบดวงตาอิ่มจนดูเหมือนตาบวมได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีถุงใต้ตาอยู่แล้วไม่ควรใช้ครีมสำหรับดวงตาที่มีความมันและไม่ควรใช้ครีมล้างหน้าที่เข้มข้นมาก เพราะสองอย่างนี้จะไม่ช่วยแก้ปัญหาของคุณ มีแต่จะทำให้อาการบวมรุนแรงยิ่งขึ้น

14. นอนผิดท่า… ตาบวม
คุณอาจนึกไม่ถึงว่าผิวรอบดวงตานอกจากจะบางแล้วยังอยู่ในบริเวณที่เป็นเสมือนแอ่งขังน้ำได้ ดังนั้น การนอนศีรษะต่ำเกินไป ของเหลวได้ผิวหนังสามารถไหลมารวมกันที่ “แอ่ง” รอบดวงตานี้ได้ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการ “ตาบวม” เมื่อตื่นนอน วิธีการลดอาการตาบวม ลองหนุนหมอนขนาดพอเหมาะที่สามารถยกให้ศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อยเหนือระดับของหัวใจ และนอนหงาย เพื่อช่วยป้องกันของเหลวที่ไหลมารวมกันอยู่บริเวณดวงตาของคุณ วิธีนี้ยังช่วยในการขับน้ำเหลือง และยังมีผลต่อการขจัดของเหลวออกจากร่างกาย ทำให้ไม่เกิดการสะสมไว้ใต้ผิวหนังอีกด้วย

15. ฉุกเฉินเมื่อตาบวม
ปัญหาที่มาไม่รู้ตัว เพียงแค่คุณตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็พบกับดวงตาที่บวมจนเหมือนเพิ่งร้องไห้ ให้ลองนำถุงชาสองถุงชุบน้ำ นำไปแช่ช่องแข็งในตู้เย็นแล้วเอาออกมาวางทับบนเปลือกตาโดยให้ช่องว่างในถุงชาห้อยลงด้านล่าง วางไว้อย่างนี้สองถึงสามนาที ตาที่บวมจะลดลงได้หรือถ้าคุณมีเวลามากกว่านี้ก็อาจใช้ชาดอกคาโมไมล์ในน้ำร้อน ทิ้งไว้จนหายร้อนแล้วนำถุงชามาวางทับเปลือกตาไว้สักครู่ใหญ่ๆ วิธีแก้ปัญหาตาบวมนี้ไม่เหมาะที่จะทำทุกวัน ควรใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉินเท่านั้น

16. ขอบตาคล้ำ… เพราะน้ำร้อน
ดังที่ย้ำอยู่เสมอว่า ผิวหนังรอบดวงตามีความอ่อนแอและบอบบางมากเมื่อเทียบกับผิวหน้าส่วนอื่นๆ ด้วยความหนาเพียง 0.5 มิลลิเมตร ซึ่งหนาเพียงหนึ่งในสี่ของผิวหนังปกติบนร่างกายหรือเพียงหนึ่งในสองส่วนเมื่อเทียบกับผิวหน้า ผิวรอบดวงตาจึงเกิดผลกระทบได้ง่ายมากและไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นใต้ผิวหนังบางๆ เช่นนั้น ก็จะมองเห็นอย่างชัดเจนจากภายนอกด้วยเช่นกัน ดังนั้นเวลาคุณล้างหน้า จงแน่ใจว่าเป็นน้ำอุ่นพอเหมาะจริงๆ เพราะน้ำที่ร้อนเกินไปจะทำลายส่วนเคลือบผิวตามธรรมชาติ และทำให้เส้นโลหิตดำแตก จึงปรากฏเป็นรอยจ้ำอยู่ที่ผิวรอบดวงตา ทำให้เกิดอาการขอบตาคล้ำอย่างไม่รู้ตัวและไม่สามารถแก้ไขเฉพาะหน้าได้เลย

17. เมคอัพแก้หางตาตก
หางตาตกไม่เกี่ยวกับวัย แต่เป็นปัญหาที่พบมากและส่วนใหญ่จะเป็นโดยกำเนิดแต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครอยากให้เป็น วิธีแก้ไขง่ายกว่าที่คุณคิดเพราะคุณสามารถใช้เทคนิคการแต่งหน้าช่วยได้อย่างรวดเร็วซึ่งจะทำให้หางตาคุณ “ดูสูง” ขึ้นมาได้โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัดแต่อย่างใด การวาดเส้นขอบตาให้สูงขึ้นเล็กน้อยจะช่วยสร้างความรู้สึกว่าหางตาคุณไม่ได้ตก และการดัดขนตาด้านนอกให้โค้งงอนก่อนจะลงมาสคาร่าก็ช่วยได้มากเช่นกัน เคล็ดลับสุดท้ายก็คือ เวลากันคิ้ว ให้กันคิ้วบริเวณหางตาออกให้มากกว่าบริเวณหัวตา

18. ดวงตาสดใสด้วยการบริหาร
เพราะดวงตาทำงานหนักอยู่ตลอดเวลาแม้ขณะที่คุณพักผ่อน ดวงตาก็ไม่เคยหยุดพักจนบางครั้งคุณอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าดวงตากำลังเหนื่อยล้ามากจนกว่าจะปรากฏอาการ เรื่องนี้บรรเทาได้ถ้าคุณรู้จักการบริหารดวงตาที่ถูกต้องที่จะช่วยกระตุ้นระบบการทำงานของเส้นเลือดที่ได้รับออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงผิวและกระตุ้นศูนย์รวมเส้นประสาทบริเวณรอบดวงตาซึ่งเป็นที่รวมความตึงเครียดในชีวิตประจำวันเอาไว้ การบริหารจึงช่วยแก้ไขรอยหมองคล้ำรอบดวงตา และลดริ้วรอยก่อนวัยด้วยการทำให้สภาพของกล้ามเนื้อรอบดวงตาแข็งแรงขึ้น วิธีง่ายๆ ให้กลอกตาขึ้นด้านบนและลงล่าง สลับกัน 10 ครั้ง แล้วมองซ้ายสลับไปด้านขวา 10 ครั้ง โดยให้ศีรษะอยู่กับที่ เลิกคิ้วขึ้นแล้วกลอกตาขึ้น เบิ่งตาให้กว้าง กลอกตาลง แล้วหลับตา ใช้นิ้วสองนิ้วนวดวนๆ รอบๆ ดวงตา เริ่มจากสันจมูกไล่ไปตามโหนกแก้ม ปิดท้ายด้วยการตบผิวหน้าเบาๆ อย่างเร็วด้วยนิ้วมือเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต แค่ลองทำดวงตาคุณก็จะรู้สึกถึงความสบายคลายอ่อนล้า ทำให้เป็นประจำทุกวันเพื่อบรรเทาบทบาทหนักของดวงตาคุณ

19. หนังตาตก ยกด้วยการบริหาร
การบริหารดวงตาให้ประโยชน์มากมายเกินกว่าที่เราคิด เพราะการบริหารทำให้กล้ามเนื้อและโครงสร้างของผิวแข็งแรงขึ้น กระชับและช่วยชะลอความหย่อนคล้อยของเปลือกตาได้ วิธีบริหารเพื่อป้องกันหนังตาตกให้ลองมองตรงไปข้างหน้า ใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างวางใต้คิ้วในแนวนอน จากนั้นดันนิ้วขึ้น แล้วค้างไว้ให้ชนโหนกคิ้ว จากนั้นค่อยๆ หลับตาลงจนรู้สึกถึงแรงดึงจากนิ้ว ค้างไว้ท่านี้ แล้วขมวดคิ้วทั้ง 2 ข้างเข้าหากัน ค้างไว้โดยนับหนึ่งถึงสาม จากนั้นลืมตาขึ้นและปล่อยนิ้ว ให้บริหารซ้ำอย่างนี้ 5 ครั้ง ทำเป็นประจำทุก 2 – 3 วัน ยืดเวลาให้เปลือกตาเต่งตึงอยู่นานๆ

ไม่มีความคิดเห็น: